ทำตามคำแนะนำด้านล่างตามรุ่นของชิปเซต

วิธีตั้งค่า RAID สำหรับชิปเซต Intel

เปิดเครื่องคอมพิวเตอร์หลังจากนั้นให้กดปุ่ม [Delete] ค้างไว้จนเข้าหน้าเมนู BIOS

เลือก [SETTINGS]  เลือก [advanced] ตั้งค่า [SATA mode] เป็น [RAID/Optane Mode]

bios raid

Select [SETTINGS] → select [advanced] → Set [SATA mode] as [RAID/Optane Mode].

bios raid

กดปุ่ม [F10]  เลือก [Yes] เพื่อทำการบันทึกและออก คอมพิวเตอร์จะรีสตาร์ท.

bios raid

เปิดเครื่องคอมพิวเตอร์หลังจากนั้นให้กดปุ่ม [Delete] ค้างไว้จนเข้าหน้าเมนู BIOS

เลือก [SETTINGS]  [Advanced]  เลือก [Intel(R) Rapid Storage Technology]

bios raid

เลือก [Create RAID Volume]

bios raid

เลือก [RAID Level]

bios raid

เลือกโหมด RAID ตามที่คุณต้องการ สำหรับตัวอย่างนี้ เลือกเป็น RAID0 , เลือก [RAID 0 (Stripe)]

RAID 0: ขั้นต่ำต้องใช้ฮาร์ดดิสก์ 2 ตัวหรือมากกว่า ใช้โปรโตคอลและขนาดความจุเดียวกัน. RAID 0 จะปรับปรุงความเร็วในการอ่านและเขียนของที่เก็บข้อมูลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพพร้อมกัน.

RAID 1: ขั้นต่ำต้องใช้ฮาร์ดดิสก์ 2 ตัวหรือมากกว่า ใช้โปรโตคอลและขนาดความจุเดียวกัน ข้อมูลจะถูกทำสำเนาสำรองในแต่ละไดรฟ์ เพื่อความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือของข้อมูลที่สูงขึ้น

RAID 5: ขั้นต่ำต้องใช้ฮาร์ดดิสก์ 3 ตัวหรือมากกว่าใช้โปรโตคอลและขนาดความจุเดียวกัน จะให้คุณสมบัติของ RAID 0 และ RAID 1 โดยจะปรับปรุงความเร็วในการอ่าน/เขียนที่เก็บข้อมูลและความปลอดภัยของข้อมูล แต่มีข้อเสียความเร็วในการเขียนจะช้ากว่าใช้งานไดรฟ์เดี่ยวเล็กน้อย

การกู้คืน [RECOVERY] : เมื่อหนึ่งในดิสก์ RAID1 หรือ RAID5 เสียหาย ให้ติดตั้งดิสก์ใหม่แล้วใช้งานโหมด RECOVERY เพื่อกู้คืนข้อมูล RAID

bios raid

เลือกดิสก์ที่ต้องการทำ RAID

จากตัวอย่าง เลือกดิสก์ HGST และ WDC จากนั้นคลิก [create Volume]

bios raid

คุณจะเห็น ไดรฟ์ RAID [Volume1, RAID 0(Stripe), 1.8TB, Normal] ถูกสร้างขึ้นมาในขณะนี้.

bios raid

วิธีตั้งค่า RAID สำหรับชิปเซต AMD

เปิดเครื่องคอมพิวเตอร์หลังจากนั้นให้กดปุ่ม [Delete] ค้างไว้จนเข้าหน้าเมนู BIOS

เลือก [SETTINGS]  [Advanced]  เลือก [Windows OS Configurations]  ตั้งค่า [ Windows 10 WHQL Support] เป็น [Enable]

bios raid

เลือก [Settings ]  คลิก [Advanced]  ตั้งค่า [SATA mode] เป็น [RAID mode]

bios raid

กด [F10]  คลิก [Yes] เพื่อทำบันทึกและออกจากเมนู คอมพิวเตอร์จะทำการรีสตาร์ต

bios raid

เปิดเครื่องคอมพิวเตอร์หลังจากนั้นให้กดปุ่ม [Delete] ค้างไว้จนเข้าหน้าเมนู BIOS

เลือก [SETTINGS]  [Advanced]  เลือก [RAIDXpert2 Configuration Utility]

bios raid

เลือก [Array Management]

bios raid

ถ้าแถบเมนู [Create Array] เป็นสีเทา หมายถึงปัจจุบันดิสก์ถูกตั้งค่าเป็น RAID อยู่แล้ว ให้คลิก [Delete Array] เพื่อสร้าง RAID ใหม่

bios raid

เลือก [check All]  คลิก [Delete Array(s)]

bios raid

ตั้งค่า [confirm] เป็น [Enable]  และคลิก [YES]

หมายเหตุ: ข้อมูลจะถูกลบทั้งหมด โปรดสำรองข้อมูลของคุณไว้ก่อน.

bios raid

อาร์เรย์เดิมจะถูกลบออกไป

bios raid

คลิก [Create Array]

bios raid

คลิก [Select RAID Level]

bios raid

เลือกโหมด RAID ตามที่คุณต้องการ สำหรับตัวอย่างนี้ เลือกเป็น RAID0 , เลือก [RAID 0 (Stripe)]

RAIDABLE: สำหรับชิปเซต AMD โปรดโหมด RAIDABLE เมื่อใช้งานไดรฟ์เดี่ยว

RAID 0: ขั้นต่ำต้องใช้ฮาร์ดดิสก์ 2 ตัวหรือมากกว่า ใช้โปรโตคอลและขนาดความจุเดียวกัน. RAID 0 จะปรับปรุงความเร็วในการอ่านและเขียนของที่เก็บข้อมูลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพพร้อมกัน.

RAID 1: ขั้นต่ำต้องใช้ฮาร์ดดิสก์ 2 ตัวหรือมากกว่า ใช้โปรโตคอลและขนาดความจุเดียวกัน ข้อมูลจะถูกทำสำเนาสำรองในแต่ละไดรฟ์ เพื่อความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือของข้อมูลที่สูงขึ้น

RAID 5: ขั้นต่ำต้องใช้ฮาร์ดดิสก์ 3 ตัวหรือมากกว่าใช้โปรโตคอลและขนาดความจุเดียวกัน. จะให้คุณสมบัติของ RAID 0 และ RAID 1 โดยจะปรับปรุงความเร็วในการอ่าน/เขียนที่เก็บข้อมูลและความปลอดภัยของข้อมูล แต่มีข้อเสียความเร็วในการเขียนจะช้ากว่าใช้งานไดรฟ์เดี่ยวเล็กน้อย..

bios raid

คลิก [Select Physical Disks]

bios raid

เลือกดิสก์ RAID สำหรับตัวอย่างนี้ : ตั้งค่า [ Physical Disk 0:1:3] และ [Physical Disk0:1:7] เป็น [Enable]  คลิก [Apply Changes]

bios raid

เลือก [Create Array]

bios raid

เลือก [Controller Management]

bios raid

เลือก [Rescan Disks]

bios raid

ไดรฟ์ RAID ถูกสร้างขึ้น.

bios raid