{{blogList.blogTitle}}

ปัจจุบันนี้ เราจะเห็นว่าเริ่มมีเกมมิ่งโน้ตบุ๊กพร้อมสุดยอดจอสำหรับเล่นเกมที่มีอัตรารีเฟรชเรต 300Hz เปิดวางขายให้ได้เป็นเจ้าของกันบ้างแล้ว คำถามคือ เราจำเป็นต้องใช้จอที่มีอัตรารีเฟรชเรตสูงถึง 300Hz หรือไม่ และมันจะช่วยเสริมประสบการณ์ในการเล่นเกมให้คุณได้อย่างไร
มาหาคำตอบไปพร้อมๆกัน!


จอ 300Hz – ขจัดปัญหาการฉีกขาดของภาพและการขาดความลื่นไหลในการเล่นเกม

โดยทั่วไปแล้ว จะมีปัญหาอยู่สองอย่างเกี่ยวกับหน้าจอที่ใช้ในการเล่นเกม นั่นคือ การฉีกขาดของภาพ และการขาดความสมูธของหน้าจอ
หากต้องการลดการฉีกขาดของภาพ คุณอาจจะต้องเปิดใช้งานเทคโนโลยีที่ไว้ใช้ซิงค์ภาพในเกมกับจอแสดงผล แต่นั่นอาจะไม่ใช่คำตอบที่ถูกต้องเสมอไป เมื่อมันอาจทำให้ภาพในเกมไม่มีความลื่นไหล
ในสมัยก่อนนั้น ยังไม่มีวิธีแก้ปัญหาที่ว่ามาได้อย่างสมบูรณ์แบบ คุณต้องเลือกว่าจะลดเฟรมเรตในเกมลงหรือแก้ที่รีเฟรชเรตของจอแสดงผล แต่ด้วยอัตรารีเฟรชเรตที่สูงถึง 300Hz นั้น คุณสามารถเพลิดเพลินไปกับการแสดงผลขั้นต่ำ โดยไม่ต้องนั่งทนอยู่กับอาการฉีกขาดของภาพอีกต่อไป


1. การฉีกขาดของภาพ (Screen Tearing)

เกมเมอร์หลายๆคนอาจต้องเคยเจอกับอาการฉีกขาดของภาพ ซึ่งเกิดจาก GPU ที่แสดงผลภาพต่อวินาทีสูงกว่าที่อัตรารีเฟรชเรตของจอจะรับไหว
ตัวอย่างเช่น ในเกม CS:GO กับจอแสดงผลที่มีอัตรารีเฟรชเรตแค่ 60Hz แต่ GPU ของคุณนั้นสามารถรีดประสิทธิภาพในการแสดงผลออกมาได้ถึง 100 เฟรมต่อวินาที (fps) ซึ่งจะทำให้ภาพเกิดการฉีกขาดในขณะที่คุณเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วภายในเกม


300Hz display
*ตัวอย่างอาการฉีกขาดของภาพภายในเกม


300Hz display
*ภาพจำลองอาการฉีกขาดของภาพในขณะเล่นเกม Fortnite


สิ่งเหล่านี้เกิดจากสาเหตุที่มีความไม่สอดคล้องกันระหว่างการแสดงผลของ GPU และอัตรารีเฟรชเรตของหน้าจอ
300Hz display

แล้วที่ผ่านมานั้น มีการแก้ปัญหานี้อย่างไร? การทำให้สองสิ่งมีการทำงานที่สอดคล้องกันนั้น เรียกว่าเทคโนโลยี V-Sync, G-Sync, FreeSync หรือการจำกัด fps ของเกมไว้ที่อัตรารีเฟรชเรตสูงสุดของหน้าจอนั่นเอง

PCI-E 4.0 Motherboards


2. ปัญหาการกระตุกของภาพ (Input lag)

อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีการ Sync ต่างๆไม่ใช่ทางออกอย่างสมบูรณ์แบบ คุณแทบจะรู้สึกได้ถึงการเคลื่อนไหวที่มีความลื่นไหลน้อยลงกว่าเดิมโดยเฉพาะกับเทคโนโลยี V-Sync ยิ่งไปกว่านั้น มันยังจำกัดความสามารถในการแสดงผลของการ์ดจออันทรงพลังเพื่อทำให้ภาพนั้นซิงค์กับรีเฟรชเรตของหน้าจอ ด้วยเหตุนี้เป็นเหตุผลที่ว่าทำไมเกมจึงไม่แสดงเฟรมเรตไปมากกว่าอัตรารีเฟรชเรตของหน้าจอคุณ หากคุณเล่น CS:GO บนจอแสดงผล 60Hz คุณก็จะได้รับเฟรมเรตเพียง 60 fps เท่านั้น ซึ่งนั้นทำให้ประสิทธิภาพของการ์ดจอคุณไม่ได้รับการสนับสนุนให้มันแสดงประสิทธิภาพที่แท้จริงเท่าที่ควร


300Hz display
*ภาพจำลองว่าจะเป็นอย่างไรถ้าเล่นเกม Fortnite ในแบบเฟรมเรตต่ำที่ถูกจำกัดไว้ด้วย V-Sync


300Hz display
และถ้าคุณปิด V-Sync ความลื่นไหลของภาพจะเพิ่มมากขึ้น แต่มันอาจจะรวมถึงทำให้เกิดอาการฉีกขาดของภาพตามมา


300Hz display
*ภาพจำลองการฉีกขาดของภาพในขณะที่เฟรมเรตสูงกว่าหน้าจอแสดงผลในเกม Fortnite


300Hz display

ทางแก้ปัญหา: หน้าจอ 300Hz

จากปัญหาที่กล่าวมาข้างต้น มันมีหนทางใดไหมที่จะแก้ปัญหาเหล่านี้? คำตอบคือหน้าจอที่มีอัตรารีเฟรชเรตที่สูงมากๆนั่นเอง ซึ่งหน้าจอ 300Hz นั้น สามารถป้องกันได้ทั้งปัญหาการฉีกขาดของภาพและการกระตุกจากเฟรมเรตที่น้อย รวมถึงช่วยปลดปล่อยศักยภาพที่สูงที่สุดสำหรับการ์ดจอของคุณอีกด้วย

อัตรารีเฟรชเรต 300Hz นั้น หมายความว่าทุกๆครั้งที่หน้าจอกระพริบมันจะใช้เวลาเพียง 3.3ms เท่านั้นในการแสดงผลที่การ์ดจอส่งออกมาและสามารถจับคู่กับรอบการรีเฟรชของหน้าจอ ลดปัญหารอยต่อและการฉีกขาดที่คุณจะไม่ได้เห็นจากหน้าจอนี้ ให้ประสบการณ์เล่นเกมที่ดีขึ้นกว่าเดิม เสริมด้วยประโยชน์ในการที่ไม่ต้องเปิดเทคโนโลยี Sync ต่างๆทำให้การเล่นเกมมีความลื่นไหลในอัตราสูงสุด


300Hz display
*ภาพจำลองการเล่นเกม Fortnite ในอัตรารีเฟรชเรต 300Hz รวมถึงไม่เกิดอาการหน่วงใดๆกับเฟรมเรตในเกม


300Hz display


เนื่องจากเทคโนโลยีการ Sync ต่างๆนั้น แทบไม่มีความจำเป็นบนจอแสดงผล 300Hz เนื่องจากไม่มีปัญหาด้านการฉีกขาดหรือการขาดความลื่นไหลในการเคลื่อนไหว ในขณะที่การ์ดจอก็สามารถทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพอย่างที่มันควรจะเป็น


ข้อแนะนำสำหรับการตัดสินใจว่าควรเลือกใช้หน้าจอ 300Hz หรือไม่

หากคุณกำลังมีความสนใจในการเป็นเจ้าของหน้าจอ 300Hz ยังมีอีกหนึ่งปัจจัยที่ต้องนำไปคำนวณในสมการนี้ คือการที่คุณต้องมี CPU และ GPU ที่สามารถรีดประสิทธิภาพในการเล่นเกมได้อย่างเต็มที่ เพื่อให้ได้เฟรมเรตต่อวินาทีพร้อมการตั้งค่ากราฟิกในเกมที่ดีที่สุด หาก CPU และ GPU ของคุณนั้นไม่ได้สูงถึงขั้นที่จะรีดมันออกมาได้ ก็อาจจะไม่จำเป็นต้องใช้หน้าจอที่มีอัตรารีเฟรชเรตถึง 300Hz เสมอไป

และหากให้เราแนะนำ สำหรับเกมมิ่งโน้ตบุ๊กพร้อมสเปคที่สามารถรีดประสิทธิภาพจากหน้าจอ 300Hz ได้ดีที่สุดนั้น เราขอแนะนำเกมมิ่งโน้ตบุ๊กของ MSI ทั้งสองรุ่นนี้


GS66 Stealth

https://www.msi.com/Laptop/GS66-Stealth-10SX
CPU: Up to 10th Gen. Intel® Core™ i9 Processor
GPU: Up to NVIDIA® GeForce® RTX 2080 SUPER™ With Max-Q Design, 8GB GDDR6

GE66 Raider

https://www.msi.com/Laptop/GE66-Raider-10SX
CPU: Up to 10th Gen. Intel® Core™ i9 Processor
GPU: Up to NVIDIA® GeForce® RTX 2080 SUPER™ With Max-Q Design, 8GB GDDR6

300Hz display